สำนักวิชาศึกษาทั่วไป

สำนักวิชาศึกษาทั่วไป มรภ.อุดรธานี ผนึกเครือข่ายมูลนิธิเด็กน้อยพัฒนาและมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

     ระหว่างวันที่ 19–20 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ อาจารย์สุณิสา ดีนาง และ อาจารย์หทัยนันท์ สุขรมย์ สังกัดสำนักวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พร้อมด้วย นางรุ่งนภา คำกอง ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานี เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิเด็กน้อยพัฒนา ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

     การประชุมครั้งนี้นำโดย คุณเอียน พอร์เตอร์ ประธานมูลนิธิเด็กน้อยพัฒนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนแนวทางการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กต้นแบบ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการโค้ช (Coaching) ครูและผู้ดูแลเด็ก รวมถึงวางแนวทางขยายเครือข่ายความร่วมมือสู่มหาวิทยาลัยราชภัฏและจังหวัดอื่น ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ คณะผู้เข้าร่วมประชุมยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเมืองแก และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านบัวโคก อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์

     สำหรับการประชุมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญที่นำไปสู่การขยายผลการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่

     ทิศทางการขับเคลื่อนจากมูลนิธิเด็กน้อยพัฒนา: มุ่งเน้นว่าการลงทุนในเด็กปฐมวัยช่วง 5 ปีแรกคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ เนื่องจากพัฒนาการสมองกว่าร้อยละ 90 เกิดขึ้นในวัยนี้ โดยมูลนิธิฯ ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นภาคีหลัก และเตรียมนำความสำเร็จจากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ไปขยายผลสู่มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง พร้อมหารือการจัดสรรงบประมาณร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)

     การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของทีมโค้ช: ทีมราชภัฏสุรินทร์และราชภัฏร้อยเอ็ดได้แบ่งปันแนวทางการทำงานที่ประสบความสำเร็จ เช่น การทำ MOU กับท้องถิ่น การออกแบบการโค้ชทั้งออนไลน์และลงพื้นที่ การดึงนักศึกษาครุศาสตร์เข้าร่วมกระบวนการ และการจัดกิจกรรมระดับตำบล โดยทั้งสองทีมเห็นตรงกันว่า การคัดเลือกศูนย์นำร่องต้องพิจารณาจากความมุ่งมั่นของผู้บริหารท้องถิ่นและครูผู้ดูแลเด็กเป็นกุญแจสำคัญ

           แนวทางการโค้ชและการสร้างเครือข่าย: ให้ความสำคัญกับการสร้างความไว้วางใจกับครูก่อนการถ่ายทอดเนื้อหา มีการจัดกลุ่มศูนย์ที่มีบริบทใกล้เคียงกันเพื่อวางแผนลงพื้นที่อย่างเป็นระบบ และส่งเสริมให้ครูเกษียณอายุเข้ามาเป็นเครือข่ายสนับสนุนเพื่อรักษาความต่อเนื่อง พร้อมเตรียมผลักดันการทำ MOU อย่างเป็นทางการระหว่างมหาวิทยาลัย ท้องถิ่น และมูลนิธิฯ เพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาโค้ชรุ่นใหม่จากคณาจารย์ปฐมวัยต่อไป

“การสร้างแรงบันดาลใจ ให้แก่ครู ผู้ดูแลเด็ก และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับ คือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนงานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ยั่งยืน มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงรูปแบบหรือเครื่องมือการทำงาน”